2008/Mar/03

เช้านี้ไปส่งพี่ที่ดอนเมือง
พี่ไปเที่ยวภูเก็ตน่าอิจฉาจัง
อยากไปเที่ยวพักพ่อนบ้าง
วันนี้กลับมาบ้าน ไม่รู้จะได้พักพ่อนบ้างหรือเปล่า


มีเด็กกลุ่มนึงมาดูต้นกระดังงาที่บ้าน
เด็กคนนึงตื่นเต้นกับกลิ่นของดอกกระดังงามาก
เรียกให้เพื่อนๆดมกันใหญ่ เราก็ดีใจที่รู้สึกว่า
เด็กสมัยนี้ก็ยังคงชอบดอกไม้อยู่
แต่ความสยองขวัญก็เกิดขึ้นตามมาติดๆ
พวกเด็กเปรตเริ่มรุมต้นกระดังงากันอย่างบ้าระห่ำ
ยังไม่ทันจะอ้าปากบอกห้าม ดอกไม้หายไปหมดแล้ว

รูปที่ไปถ่ายมาเมื่อวาน


อันนี้ สะพานกรุงธน

อันนี้ไม่รู้

ฝรั่งดูวัดอรุณ

สะพานพระรามอะไรจำไม่ได้

2008/Mar/03

 *-*-* นั่งเรือเล่น *-*-*

วันนี้หนีหลุดพ้นจากทุกอย่าง
นั่งรถไฟฟ้า BTS ไปลงที่สถานี สะพานตากสิน
เพื่อที่จะไปนั่งเรือถ่ายรูปเล่น
จุดหมายปลายทางคือ สนามหลวง
ก็ถามเพื่อนเป็นอย่างดีแล้วนะ มันบอกว่า
ให้ขึ้นที่ ท่าพระจัน เราก็จำไว้ว่าต้องขึ้นที่ ท่าพระจัน
ก็นั่งเรือถ่ายรูปเล่นไป 2ข้างฝั่งมีที่หน้าถ่ายรูปเยอะเลย
(เด๋ววันหลังจะเอามาลงให้ดู)

ผ่านโรงเรียนอสัมด้วย TT_TT(คิดถึงจังเลย)
ผ่านวัดอรุณ แล้วก็อะไรต่างๆอีกมากมายจำไม่ได้

นั่งไปซักพักก็เห็นโดมของ ม.ธรรมศาส
แต่เราก็ยังไม่ยอมลงเพราะมีเห็นป้ายที่เขียน
ว่า ท่าพระจัน ก็นั่งเรือเลยไปอีก
แต่ก็คิดในใจว่าคงใกล้ถึงแล้ว
เพราะจำได้ว่า สนามหลวงกับ ม.ธรรมศาส มันติดกัน
ก็นั่งเรือไปอีกนานเลยก็งงว่าทำไมมันยังไม่ถึงซักที
หลงดีใจว่าซื้อตั๊ว 20 บาทได้นั่งเรือไกลเกือบจะ 30 กิโล
แต่พอมาเห็นอีกที เห็นสะพานกรุงธน
จากนั้นก็เข้าใจทันทีว่า มันผิดประเด็นแล้ว เลยมาไกลแล้ว
แต่เราก็จำได้ว่ายังไม่เห็นมีป้ายเขียนว่า ท่าพระจันเลย

ตัดสินใจเอาชีวิตรอดลงจากเรือ มาโผล่อีกทีที่ ท่าโพ
(นี่มันส่วนไหนของแผนที่โลกเนี่ย)
พอเดินขึ้นมาบนฝั่ง ตกใจคิดว่าอยู่ในหุบเขากินคน
ไม่คุ้นตากับอะไรซักอย่างชื่ออะไรก็ไม่คุ้นเลย
แต่ก็คิดในใจ อย่างน้อยก็ได้นั่งเรือจนคุ้มเสีย 20 บาท
ได้นั่งเรือข้ามจังหวัดเลยทีเดียว

แต่ความจริงชั่งโหดร้าย ซึ่งในความเป็นจริงมันก็หมายความว่า
เราออกจากเส้นทางไปไกลมาก ต้องนั่งแท็กซี่กลับ
โฮกว่าเดิมอีก TT_TT กว่าจะตะเกียดตะกายหนีตายมาถึง
สวนจัตุจักรได้ก็ทำเอาหน้าเกือบมืด

น่าอายจังเรียนถึงมหา'ลัยแต่พูด
ภาษาอังกฤษสู้กระเป๋าเรือไม่ได้
เจ็บใจฝรั่งไปสนามหลวงถูก
แต่เราดันหลงไปที่ไหนก็ไม่รู้

2008/Mar/01

 

ONE SEASON

วันที่ 1 มีนาคม 2551
เป็นการเริ่มเดือนใหม่ที่แย่วันนึงเลยทีเดียว
ไม่มีเค้าแล้ว ที่ห้องนั้นในวันนี้
ทำไมวันนี้มันดูเงียบเหงาไปหมด
เหมือนกับเช้านี้ไม่มีแสงแดด
บรรยากาศเหมือนตอนผนใกล้จะตก


ต่อไปนี้จะไม่มีรถสีขาวคันนั้น ที่เคยห็นทุกวัน
เราคงไม่มีวันเดินมาบังเอินเจอกันเหมือนทุกครั้ง
ยังคงจำคืนวันนั้นได้ดี คืนข้ามปี
ที่เราไปเที่ยวด้วยกัน ยังจำแสงไฟของคืนวันนั้นได้ดี
เสียงของเครื่องดนตรีทุกชิ้น
มันเหมือนฉันอยู่ในความมืดมายาวนาน
เธอเหมือนเป็นเพียงแสงเล็กๆที่หลุดเข้ามาในความมืด
แต่เธอรู้ไหมว่าแสงนั้นมันแทบทำให้ฉันตาบอด
เพราะฉันไม่ได้เห็นแสงมานานมากแล้ว

แม้มันจะเป็นเพียงสิ่งเล็กๆ
แต่มันมีความหมายมากสำหรับฉัน

ฉันเชื่อว่าเมื่อฤดูเหงานี้สิ้นสุดลง
ต้นไม้ใบไม้คงจะกลับมาสดใสเหมือนเดิม

"เธอมาพร้อมกับฤดูหนาว
และกลับไปพร้อมฤดูหนาว "

เธอจะยังคงอยู่ในความทรงจำฉันตลอดไป
และเมื่อฤดูหนาวครั้งหน้ามาถึง ฉันจะนึกถึงเธอ

edit @ 1 Mar 2008 22:59:55 by wolffy5